NaNnIe's profileNooNannyPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 06

    มาทำความสะอาดอุปกรณ์การแต่งหน้าอย่างง่าย ๆ กัน

    มาทำความสะอาดอุปกรณ์การแต่งหน้าอย่างง่าย ๆ กัน

    สาว ๆ หลายคนคงจะต้องแต่งหน้ากันทุกวัน แต่เมื่อหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางค์ออกมาดู
     ก็ต้องตกใจว่าทำไมอุปกรณ์แต่งหน้าของเราดูสกปรกอย่างนี้ เราเลยนำเทคนิคในการ
    ทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างง่ายมาฝากกันค่ะ

     วิธี ก า ร ทำ ค ว า ม ส ะ อ า ด 
    พัฟหรือฟองน้ำทาตา นำน้ำอุ่นมาผสมกับน้ำสบู่อ่อน ๆ แล้วนำพัฟลงในน้ำที่เตรียมไว้ค่อย ๆ
    ขยี้พัฟอย้างเบา ๆ เพื่อให้แป้งที่ติดอยู่หลุดออกมา แล้วล้างน้ำจนสะอาด นำไปตากให้แห้งสนิท
    เพราะถ้าไม่แห้ง พัฟของเราอาจจะเป็นบ่อเกิดของเชื้อราได้ หรืออาจจะใช้ผ้าขนหนูมาซับน้ำ
    และปล่อยให้แห้งบนผ้าขนหนู แทนการตาก

    แปรงแต่งหน้า ให้นำแปรงไปจุ่มน้ำให้เปียก ล้างด้วยแชมพูสระผมธรรมดา ค่อย ๆ ลูบขนแปรงเบา ๆ
    ตามทิศทางของเส้นขน แต่อย่าให้น้ำไหลเข้าไปที่บริเวณด้ามจับ แล้วนำไปล้างน้ำจนสะอาด
    หลังจากนั้นนำผ้าขนหนูมาซับที่แปรง จัดทรงให้แปรงอยู่ในสภาพเดิม แล้วปล่อยให้แห้งบนผ้าขนหนู
    แต่ห้ามหงายแปรงขึ้นเป็นอันขาด เพราะน้ำจะไหลเข้าที่ด้ามจับ ทำให้ขนแปรงหลุดเสียหายได้ง่าย

    แต่ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ อาจจะหาน้ำยาทำความสำอาดอุปกรณ์แต่งหน้ามาใช้ก็ได้ แต่มันคงสะอาด
    ไม่เท่าเราทำความสะอาดเองนะคะ

    ทางที่ดีเราก็ควรทำความสะอาดอุปกรณ์การแต่งหน้าบ่อย ๆ นะคะ อาทิตย์ละครั้งจะยิ่งดีใหญ่เลย
    เพราะอุปกรณ์การแต่งหน้าที่สกปรกจะทำให้เกิดสิว และอาจเกิดโรคผิวหนังได้ ผิวหน้าของ
    เราจะได้สวยใสไปตลอดค่ะ....

    January 25

    คิดถึง และ เป็นห่วงมาก

                         ~ คิดถึง และ เป็นห่วงมาก ~ 

           ตอนแรกที่ฉันเห็นเธอ ฉันกลัวเธอมาก ก็เพราะว่าเธอดูไม่น่ารัก แถมดูน่าเกลียด

    เหมือนตัว E.T
      แต่พอรู้ว่าเธอป่วย ฉันก็สงสาร ไม่อยากเห็นใครต้องตายไปอีก

     ไม่อยากสูญเสีย เหมือนที่สูญเสียคุณพ่อไป ฉันไม่ชอบการตายจาก ไม่ชอบจริงๆ สาบานซิ

    ..........ตั้งแต่ไม่เจอหน้าเธอ ฉันเสียน้ำตาเกือบทุกวัน เป็นห่วงและสงสารมาก

     กลัวไม่ใครดูแล กลัวไม่มีใครให้ยาก่อนอาหาร หลังอาหาร ให้อาหารหลังกินยา

     แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างงัย จะไปสั่งใครก็เกินกำลัง เพราะเธอไม่ใช่ของ ของฉัน

    ก่อนที่จะจากมาก ก็คิดอยู่แล้วว่าไม่ได้มีฉันคนเดียวที่รัก และเป็นห่วงเธอ

     เธอไม่จากไปวันนี้ สักวันก็ต้องตายจากกันอยู่ที่ ต่างตรงที่ช้าหรือเร็ว

     ก็ได้แต่เฝ้าบอก ตัวเองว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

    ..........แต่จะให้ทำใจ ไม่เป็นห่วงได้อย่างงัย ดูแลกันมาตั้งนาน ไม่เคยดูแล

    ทำอะไรให้ใคร แบบนี้มาก่อนเลย รุ้ไหม! ใหม่ๆ ก็ต้องจำใจทำ

    เพราะเธอไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อยากจะบอกว่า...

    ..........รู้สึกเสียใจ และรู้สึกผิด ที่เลือกเดินออกมา น่าจะอดทน อยู่จนกว่า

    เธอจะหายดี เป็นปรกติ ฉันขอโทษ ฉันเสียใจ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย

    เป็นห่วงมาก แต่ไม่รู้จะทำอย่างงัย อย่างงัยก็จะสวดมนต์ แผ่เมตตาให้เธอหายดี เป็นปกตินะ

    อาจจะดูว่ามันเวอร์ไป แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ไม่รู้จะตอแหลไปทำเหี้ยอะไร

             สุดท้ายนี้....ขอสิ่งศักดิ์จงดลบันดาลให้เธอ หายวัน หายคืน ด้วยเถอะ สาธุ!!!!

    By...สาว อารมณ์เปราะบาง เซนซิทีฟสูง!!
        

    January 10

    ดูแลกระเป๋าเครื่องสำอางรับปีใหม่

    ดูแลกระเป๋าเครื่องสำอางรับปีใหม่

     
    ปีใหม่เวียนมาบรรจบอีกปีแล้ว มาทำความสะอาดกระเป๋าเครื่องสำอางด้วยการกำจัดของเก่าและเติมเครื่องสำอางชิ้นใหม่ๆ ลงไปในกระเป๋าเครื่องสำอางกันเถอะ  

    ก็เหมือนกับการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ประจำปีนั่นแหละ แต่คุณสุภาพสตรีก็อย่าลืมทำความสะอาดโต๊ะเครื่องสำอางด้วย เช่น พิจารณาว่าคุณเก็บสีที่ปัดแก้มไว้นานแค่ไหนแล้ว หรือเปิดใช้มาสคาราอันใหม่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แล้วยังอายไลเนอร์ที่จับตัวเป็นก้อนนั่นอีก สมควรจะทิ้งลงถังขยะได้หรือยัง ต่อไปนี้ เจเน็ต ปาร์โด ประธานบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคลีนิกข์ มีคำแนะนำมาฝาก

    เครื่องสำอางมีวันหมดอายุ

    เจเน็ต บอกว่าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็มีวันหมดอายุได้เหมือนกัน แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าควรทิ้งอะไรเมื่อไหร่ ผู้เชี่ยวชาญของคลีนิกข์จะขอยกตัวอย่างและวิธีง่ายๆ เพื่อที่จะดูว่าอายแชโดว์หลอดนั้นควรลงถังขยะไปได้หรือยัง ด้วยขั้นตอนแรก คือ

    ตรวจสอบของที่มีอยู่ทั้งหมดตั้งแต่สีปัดแก้ม ดินสอเขียนขอบตา จนถึงลิปกลอส เครื่องสำอางทุกตัวมีอายุการใช้งานของมัน การได้ทราบว่าคุณเก็บมันไว้นานเท่าไหร่แล้วจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แต่ถ้าคุณมีลิปสติกและครีมรองพื้นอยู่เป็นกองล่ะ คุณจะเริ่มที่จุดไหนก่อนดี? วิธีตัดใจง่ายๆ คือ “ลองสำรวจของที่คุณมีทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะชอบสีหรือผลิตภัณฑ์ใดมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างมันไม่ยั่งยืนในความเป็นจริง การที่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะทิ้งมันได้แล้วจะช่วยให้ผิวคุณมีสุขภาพดีได้ เพราะถึงแม้คุณจะดูแลผิวดีแค่ไหน แต่ถ้าคุณยังคงใช้เครื่องสำอางเก่าๆ ทุกวัน ผิวของคุณก็มีโอกาสในการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะนำไปสู่การเกิดสิวและการระคายเคืองได้” เจเน็ต บอกและยังแนะถึงอายุการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ไว้อย่างละเอียด ซึ่งมีกฎข้อแรกๆ คือ ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มมีกลิ่นหืน แยกตัว แตกตัว หรือเปลี่ยนสี ก็ถึงเวลาที่มันจะลงไปอยู่ในถังขยะได้แล้ว

    • ครีมรองพื้นแบบเหลว มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ (Water-Based) และน้ำมัน (Oil-Based) ซึ่งรองพื้นแบบนี้จะมีอายุประมาณ 12 และ 18 เดือน ตามลำดับ หลังจากเปิดใช้งาน

    • คอนซีลเลอร์ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 12 เดือน แต่ถ้ามันเริ่มจับตัวเป็นก้อนเวลาทาลงบนผิว ก็ควรจะทิ้งไปได้เลย

    • แป้งฝุ่น มีอายุประมาณ 2 ปี ส่วนแป้งอัดแข็งโดยปกติจะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 ปี เนื่องจากน้ำมันบนฟองน้ำจะทำให้ผลิตภัณฑ์เสียเร็วขึ้นถ้าไม่หมั่นทำความสะอาด เพื่อเก็บรักษาให้ได้นานขึ้นจึงควรจะเก็บแผ่นพลาสติกที่รองกั้นระหว่างแป้งกับฟองน้ำเอาไว้ตลอดเวลา

    • อายแชโดว์ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี และถ้ามันเริ่มมีรอยแตกเมื่อไหร่ คุณก็ควรจะซื้ออายแชโดว์ใหม่ให้ตัวคุณเองได้แล้ว

    • อายไลเนอร์ มีอายุ 3 ปีเช่นกัน แต่ให้แน่ใจว่าคุณได้เหลามันบ่อยๆ ถ้ามันแห้งหรือเขียนไม่ติดบนตาคุณแล้วละก็ ทิ้งมันไปซะ

    • มาสคารา มีอายุการใช้งาน 4 เดือน ถ้าคุณใช้มันนานกว่านั้น มันจะแห้งและจับตัวเป็นก้อน และควรหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยไม่ใช้มาสคาราร่วมกับผู้อื่น

    • ลิปสติก อยู่ได้นาน 1-2 ปี วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ลองดมกลิ่นดู และควรจะทิ้งหากกลิ่นของมันเปลี่ยนไปจากเดิม

    • ยาทาเล็บ เก็บได้นาน 12 เดือน ถ้าเก็บรักษาอย่างถูกวิธี และเมื่อมันเริ่มแยกตัวและทำให้เล็บคุณมีสีเหลือง ก็ถึงเวลาบอกลามันได้แล้ว

    • แปรงแต่งหน้า คุณภาพดีๆ ไม่มีวันหมดอายุถ้าคุณทำความสะอาดอย่างดีด้วย Brush Cleanser สูตรอ่อนโยน และปล่อยให้แห้ง ซึ่งควรจะทำทุก 2-3 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคุณด้วย สำหรับผิวที่มีความมันมากก็ควรจะทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น อาจเป็นสัปดาห์ละครั้งก็ได้

     

     

     หาเครื่องสำอางใหม่ทดแทน

    เมื่อทิ้งเครื่องสำอางที่หมดอายุลงถังขยะแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะไปหาเครื่องสำอางใหม่มาทดแทนแล้ว ต่อไปนี้คือเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ สำหรับของในกระเป๋าเครื่องสำอางที่คุณจะขาดไม่ได้

    ค้นหาครีมรองพื้น : ลองหยิบครีมรองพื้นกับคอนซีลเลอร์ของคุณออกมาสิ (ยอมรับเสียเถอะว่าคุณมีมากกว่า 1 หรือ 2 ชิ้น) และดูว่าโทนสีของมันเข้ากับสีผิวของคุณจริงๆ รึเปล่า อย่าเก็บรองพื้นไว้เผื่อเวลาที่คุณจะมีสีผิวเข้มขึ้นหรือจางลงอีกเลย ลองหาตัวที่เหมาะกับสภาพผิวและเข้ากับสีผิวของคุณในปัจจุบันดีกว่า โดยเลือกสีกลางๆ เข้าไว้

    อายไลเนอร์ : สีที่ควรมีติดกระเป๋าเครื่องสำอาง ได้แก่ สีดำ เทาดำ และน้ำตาล ดูดีกับผู้หญิงทุกคน เก็บพวกสีแฟชั่นไว้ให้น้อยที่สุด และซื้อไว้สักชิ้นก็พอ อย่าลืมอายแชโดว์สีกลางๆ อย่างสีเบจ มอคคา สีชมพูอ่อน และสีเทา เป็นสีที่ใช้แต่งได้ทุกวัน แต่ถ้าคุณอยากเผยอีกด้านของตัวคุณละก็ ควรจะหาซื้อสีสันที่เข้ากับฤดูกาลไว้สักหน่อย

    เปลี่ยนลิปสติกแท่งใหม่ : โยนลิปกลอสที่หัวแปรงหลุดลุ่ยและเก่าเต็มทีทิ้งไปได้แล้ว หรือถ้าคุณต้องพยายามกวาดลิปสติกที่ติดก้นปลอกอยู่ละก็ คงจะถึงเวลาที่คุณต้องลงทุนซื้อลิปสติกใหม่แล้วล่ะ ลองเลือกซื้อสัก 2 สี สีที่ใช้ง่ายดูเป็นธรรมชาติสำหรับกลางวัน และอีกสีสันสนุกๆ สำหรับเวลากลางคืน ผู้เชี่ยวชาญของคลีนิกข์สามารถช่วยคุณเลือกสีที่เข้ากับผิวของคุณได้ และถ้าจะให้ดีลงทุนซื้อลิปสติกสีโปรดของคุณสัก 2 แท่ง โดยเก็บแท่งหนึ่งไว้ใช้ที่บ้าน และอีกแท่งสำหรับพกพา

     

    ใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย

    เจเน็ต ปาร์โด ประธานบริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคลีนิกข์ ให้คำแนะนำการใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย ด้วยวิธีปฏิบัติตัวอย่างง่ายๆ บวกกับการใช้วิจารณญาณของคุณเองในการเก็บรักษาเมกอัพ และครีมบำรุงผิวให้คงประสิทธิภาพและปลอดภัยในการใช้

    • อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกัน แม้แต่กับเพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณ

    • ใช้อุปกรณ์แบบใช้แล้วทิ้ง หรือสำลีก้านทุกครั้งเมื่อลองผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอาง และขอให้พนักงานขายทำความสะอาดบริเวณฝาเปิดทุกครั้งก่อนที่จะลองบนผิวของคุณ

    • อย่าเติมของเหลวใดๆ ลงในผลิตภัณฑ์เพื่อทำให้มันกลับสู่สภาพเดิม เพราะการเติมอะไรลงไปอาจเป็นสาเหตุของการแพร่เชื้อแบคทีเรียได้

    • ถึงแม้จะไม่เห็นความผิดปกติอย่างชัดเจน ก็ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีหากเกิดอาการระคายเคืองหรือปฏิกิริยาแพ้ และรีบไปพบแพทย์ทันที

    • ถ้าคุณมีอาการติดเชื้อที่ตา ให้โยนผลิตภัณฑ์สำหรับแต่งตาทุกชนิดทิ้งทันทีที่เกิดอาการ

    • เก็บเครื่องสำอางให้พ้นแสงแดด แสงไฟ และความร้อน ปัจจัยที่จะลดประสิทธิภาพของสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง

    • ปิดฝาผลิตภัณฑ์ให้สนิท และเก็บในที่ปลอดฝุ่นทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน

     

    by : http://www.posttoday.com/ 

    December 28

    โลโม่ มาแรง สาวๆ กรี๊ด

    โลโม่ มาแรง สาวๆ กรี๊ด

    วันนี้ women.mthai มาเอาใจเด็กแนว  กับ กล้องโลโม่ เก๋ๆ ที่แรงไม่มีหยุด
    คงเป็นเพราะดีไซน์ของตัวกล้องที่ดูทันสมัย น่าใช้ ดูไม่เบื่อ แถมรูปที่ออกมายังแนวซะ...
    ทำให้หลายๆ คนอดใจไม่ไหวต้องรีบหามาจับจองเป็นเจ้าของกัน
    ลองมาดูกันค่ะ ว่ามีรุ่นไหนถูกใจกันบ้าง

     lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    มาเริ่มกันที่รุ่น Fisheye No 2

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ถ่ายออกมาเป็นภาพนูนๆ แบบนี้ค่ะ

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้ Fisheye No 2 White Edition เป็นสีขาว โดนจริงๆ

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    รูปออกมาเหมือนกันเลย

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้ก็ เหมือนกัน รุ่น Chromiacs Edition - Fisheye No.2

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    น้องวัว หัวโต...

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    รุ่น Diana F+ Camera

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    คลาสสิค อย่าบอกใคร

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้สีขาว ถูกใจอีกแล้ววว... Diana+ Edelweiss Edition

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ถ่ายภาพซ้อนได้ด้วย

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ดีไซน์เหมือนกล้องของเล่น รุ่น Action Sampler

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ภาพออกมาเป็น น้องหมา 4 แอ็คชั่น

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ใครที่ชอบสีเขียวต้องรุ่นนี้เลย Holga Starter Kit - green

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ได้ภาพนี้มาเลย

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ส่วนสีแดงสด รุ่น Holga Starter Kit - red


    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    จัดไป...

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ถ้าชอบสีจัดๆ ก็เล่นตัวนี้ค่ะ Holga Starter Kit - Multi-Color แม่สีมากันครบ

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    รูปออกมาก็แนวซะ

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้ก็อยากได้... Colorsplash Camera - Chakras Edition

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ว้าว...

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ถ้าชอบแบบคลาสสิค ก็รุ่น Chromiacs Edition - Colorsplash Camera

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ใช้แฟลตสีฟ้า ออกมาเป็นแบบนี้ไปเลย

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป


     อันนี้น่าร๊ากกกก... Fisheye Royal Blue Edition
    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    เลือกไม่ถูกเลยอ่า... Fisheye Orange Edition

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    สวยงาม

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    น้องม้า ก็มาด้วย

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    น้องหมาน่ารัก

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    สีขาววาววับ... รุ่น SuperSampler Pearl

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    ออกมาเป็น 4 แอ็คชั่น

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้เหมือนกัน แต่ตัวกล้องสีฟ้าจ้า... SuperSampler Rubber Dark Blue

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    กับน้องหนู 4 แอ็ค น่ารักๆ

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    อันนี้มาแนวญี่ปุ่น รุ่น Fujifilm Cheki Instax Mini 7S White

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    และ สีช็อคโกแลต Fujifilm Cheki Instax Mini 7S Choco

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป


    สาวญี่ปุ่นฮิตกันสุดๆ
    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    และพลาดไม่ได้ กับรุ่น Super Sampler - Wonder Girls So Hee
    ที่กำลังมาแรงมาก... เป็นรุ่น Limited Edition ของ 5 สาว Wonder Girls
    รักใคร ชอบใคร ก็รีบหามาเป็นเจ้าของให้ได้นะจ๊ะ 

    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

    Super Sampler - Wonder Girls
    Blue - Sun Ye
    Red - Yu Bin
    Pink - So Hee
    Violet - Sun Mi
    Green - Ye Eun


    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป



    lomo camera โลโม่ กล้อง ถ่ายรูป

     ขอบคุณที่มารูปภาพจาก
    http://www.lomographyasia.com/shop/

    December 23

    รายชื่อคาถาในแฮรี่ฯ

    คาถา ฟิเดลลิอัส - ซ่อนความลับไว้ในวิญญาณของ ผู้รักษาความลับ 
    คาถา ดิสเซนดิอุม - เปิดรูปปั้น 
    คาถา ทารันทัลเลกร้า - คาถาเต้นรำ 
    คาถา เพสกิพิกซี่ เพสเตอร์โนมี่ - คาถาหยุดตัวพิกซี่ 
    คาถา เพ็ตตริฟิคัส โททาลัส - สาปให้แขนขาติดกับลำตัว 
    คาถา เฟอรูล่า - คาถาเสกผ้าพันแผล 
    คาถา โมบิลิคอร์ปัส - คาถาย้ายผู้ที่ไม่สามารถเดินได้ 
    คาถา โมบิลิอาบัส - คาถาย้ายวัตถุสิ่งของ 
    คาถา ริกตัสเซมปร้า - คาถาจี้เส้น 
    คาถา ริดดิคูลัส - คาถาไล่บ็อกการ์ต 
    คาถา รีดัคโต - คาถาทลายด่าน 
    คาถา วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า - คาถาเสกให้สิ่งของลอย 
    คาถา ออบลิเวียต - คาถาลบความจำขั้นรุนแรง 
    คาถา อ๊อบลิวิอาเต้ - คาถาลบความจำ 
    คาถา อิมเปริโอ - คาถาสะกดใจ 
    คาถา เอ็นกอร์จิโอ - คาถาเสกให้ตัวพอง 
    คาถา แอ๊กซีโอ - คาถาเรียกของ 
    คาถา อาโลโฮโมร่า - คาถาสะเดาะกุญแจ 
    คาถา เอกซ์เปลลิอามัส - คาถาปลดอาวุธ 
    คาถา อิมเพอร์วิอัส - คาถาไล่น้ำ 
    คาถา อิมเปดิเมนต้า - คาถาสกัดภัย 
    คาถา เอกซ์เปกโต พาโตรนุม - คาถาเสกผู้พิทักษ์ 
    คาถา สตูเปพาย - คาถาสะกดนิ่ง 
    คาถา ลูมอส - คาถาจุดไฟที่ไม้กายสิทธิ์ 
    คาถา น็อก - คาถาดับไฟที่ไม้กายสิทธิ์ 
    คาถา อินเซนดิโอ - คาถาจุดไฟ 
    คาถา เฟอร์นันคูลัส - คาถาเสกฝีหนอง 
    คาถา เด็นเซากีโอ - คาถาเสกฟันให้ใหญ่ขึ้น 
    คาถา ออร์คิดดีอุส - คาถาเสกดอกไม้ 
    คาถา อาวิส - คาถาเสกนก 
    คาถา โซโนรัส - คาถาขยายเสียง 
    คาถา ไควเอตตัส - คาถาถอนขยายเสียง 
    คาถา เอเนอร์วาเต้ - เสกให้รู้สึกตัว 
    คาถา มอร์สมอร์เดร - คาถาเสกตรามาร 
    คาถา ไพร-ออร์ อินคานตาโต้ - คาถาตรวจสอบคาถาสุดท้ายจากไม้กายสิทธิ์ 
    คาถา ชี้ทาง - คาถาตรวจสอบทางที่ถูกต้องเมื่อ วางไม้กายสิทธิ์ราบกับฝ่ามือ 
    คาถา อะวาดา เคดาฟ-รา - คำสาปพิฆาต 
    คาถา เซอร์เพ็นเซอร์เฮีย - คาถาเสกงู 
    คาถา โลโคมอเตอร ์มอติส - คาถาผูกขา 
    คาถา ไฟไนท์ อินคานทาเท็ม - คลายคาถา 
    คาถา ครูซิโอ - คำสาปกรีดแทง 
    คาถา เรดูซิโอ - คาถาทำให้ตัวหดลง 
    คาถา เรส - คาถาฟื้นหลัง 
    คาถา วาดดิสวาซี่ - คาถาเสกของให้จู่โจมคนที่ต้องการ 
    คาถา อะพาเรซีอุม - คาถาเสกหมึกล่องหนให้ปรากฏ 
    คาถา อะพาเรเต้ - คาถาหายตัวไปยังที่ต่างๆ 
    คาถา ดิลิตริอัส - คาถาสลายตัว ทำให้แตกเป็นส่วนๆ 
    คาถา โอคิวรัส เรพาโร - คาถาซ่อมแซมสิ่งของ 
    คาถา รีลาชีโอ - คาถาไล่คนออกไปห่างๆ 
    คาถา ดิฟฟินโด - คาถาฉีกขาดให้แยกออกเป็นส่วนๆ 
    คาถา เรลาชีโอ - เสกน้ำร้อนพุ่งไปหากรินดี้โลว์ 
    คาถา ดวงตากระต่ายกับเสียงดีดพิณ เปลี่ยนน้ำส่วนนี้ให้เป็นรัม - เสกน้ำให้กลายเป็นเหล้ารัม 
    คาถา สเกอจิฟาย - คาถาทำความสะอาด 
    คาถา อีวาเนสโค - คาถาอันตรธาน 
    คาถา ซิเลนซีโอ - คาถาสงบเสียง 
    คาถา เลกจิลิเมนส์ - คาถาอ่านใจ 
    คาถา อินคาเซอรัส - คาถาเสกเชือก 
    คาถา ฟลาเกรต - คาถาสร้างเครื่องหมายบนอากาศ 
    คาถา คอลโลพอร์ตัส - คาถาล็อคกุญแจ 
    คาถา ไฟไนท์ - คลายคาถา 
    คาถา โพรเทโก้ - คาถาเกราะป้องกัน 
    คาถา พอร์ตัส - คาถาเสกกุญแจนำทาง
     
    ที่มา http://www.yenta4.com
    November 18

    ข้อดีของการมีแฟนเป็นเกย์.. คลายเครียดน๊า อย่าคิดมาก

    ข้อดีของการมีแฟนเป็นเกย์.. คลายเครียดน๊า อย่าคิดมาก
     
     
     
    1. เขาจะดูดี ดูเนี๊ยบตลอดเวลา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    2. เขาเป็นคนสุภาพ และอ่อนโยน และเข้าใจผู้หญิง

    3. ยังมั่นใจได้ว่า เรายังผู้หญิงเพียงคนเดียวของเขา (เพราะนอกนั้นเป็นผู้ชายหมด)

    4. การมีแฟนเป็นเกย์จะได้กุศลแรงมาก ที่ช่วยรักษาสถานภาพทางสังคมของเค้า  

    7. อาจโชคดีได้สามีในคราวเดียวกันถึงสองคน

    8. เค้าสามารถทนรอวันนั้นของเดือนได้ โดยไม่ออกอาการหงุดหงิด

    9. จะไม่ต้องคอยผวาเชคเบอร์โทรสาว ๆ คนอื่นของเขา {เพราะมันจะมีแต่เบอร์ผู้ชายเป็นส่วนมาก}

    10. สังคมจะร่วมชื่นชมยินดีที่คุณช่างหาแฟนได้อินเทรนด์จริง ๆ

    11. ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องมารหัวขนของหญิงอื่น เพราะกิ๊กของเค้าไม่มีมดลูก

    12. เวลาอยู่ด้วยกันไม่ต้องอายมากมาย เพราะบางครั้งอ่อยให้ตายยังไงมันก้อไม่มีอารมณ์

    13. ต่างคนต่างมีอิสระ มีเวลาแรดเป็นของตัวเอง

    14. เกย์ส่วนมากมักจะหน้าตาดี ๆ หล่อ ๆ เป็นโอกาสของเราที่เวลาเจอเพื่อนเค้าจะได้แอบเหล่

    15. เราจะไปมีผู้ชายอื่นที่ไหนมันก้อไม่ว่าเราหรอก แค่แบ่งให้มันบ้างก้อพอ

    16. พวกนึ้มักจะรสนิยมสูง ดังนั้นเวลาคบกันไม่ต้องกลัวว่ามันจะพาเราไปกินข้าวมันไก่ข้างถนน

    17. ได้หน้าแต่ไม่เคยลืมหลัง

    ป.ล.รักนะตุ๊ด...ตุ๊ด
    November 03

    เสียบหูฟัง…ระวังประสาทหูเสื่อม

    เสียบหูฟัง…ระวังประสาทหูเสื่อม

    ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างเสริมสุขภาพออกมาเผยว่า ขณะนี้ความเสี่ยงต่อภาวะพิการทางหู ซึ่งมีสาเหตุจากพฤติกรรมการฟังเพลงผ่านหูฟังของเครื่องเล่นเอ็มพี 3 หรือไอพอดมีสูงขึ้น โดยเฉพาะในรายที่เปิดเสียงดังหรือฟังติดต่อกันนานๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการที่ประสาทหูจะเสื่อมหรือรับรู้ได้น้อยลง

    ความ เสี่ยงนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ในกลุ่มคนที่นิยมความทันสมัย วิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกฝีก้าว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ชาย หญิง หรือเพศที่สาม จากการสำรวจในเมืองไทยพบว่า ทุกวันนี้มีผู้พิการทางหูเพิ่มขึ้นวันละ 35 คน รวมๆ กันแล้วถึงตอนนี้มีผู้ที่มีอาการประสาทหูเสื่อมประมาณ 2 ล้านคนทั่วประเทศ

    ตัวเลขที่สูงจนน่าตกใจ ทำให้ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย ออกมาเผยว่า ขณะนี้กำลังศึกษาถึงผลกระทบจากการฟังเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และไอพอดทุกชนิด ว่าต้องฟังติดต่อกันนานเพียงใด และระดับเสียงดังขนาดไหน ถึงจะมีผลต่อประสาทการได้ยินถึงขั้นเสี่ยงต่อความพิการ

    แต่ผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่า การเสียบหูฟังนานๆ หรือการที่มีเสียงกระตุ้นประสาทการได้ยินอยู่ตลอดเวลา ทำให้เซลล์ประสาทหูเสื่อมได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับการทำงานในโรงงานขนาดใหญ่ หรือการอยู่ในบริเวณท้องถนนที่มีเสียงดังมากๆ

    ขณะที่หลายๆ ปัจจัยเราไม่สามารถควบคุมให้เสียงค่อยลงได้ ไม่สามารถหยุดเสียงเหล่านั้นลงได้เมื่อต้องการ แต่การฟังเอ็มพี 3 และไอพอด เราสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง

    ดังนั้นพึงสำนึกให้ขึ้นใจว่า ฟังน่ะฟังได้ แต่ต้องไม่ดังมากและนานมากติดต่อกัน ขอให้ยึดหลัก “ความพอดี” เป็นที่ตั้ง จะได้เพลิดเพลินเจริญหูได้นานๆ โดยหูไม่ดับหรือประสาทหูเสื่อมไปเสียก่อน

     
    ข้อมูลจาก
    สยามดารา
    July 26

    MTV Presents Hanami VJ Gang

     26/07/08 11.30 AM

       วันนี้ี้ไปเอาโน๊ตบุค ที่ส่งซ่อม ที่ อาคารชาญอิสระ 2 แถวๆ พระราม 9
    ตื่นนอนมาก็ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น รีบๆไปเอาโน๊คบุค ช่างนัด เที่ยง
    ตื่น 11 ครึ่ง แหะ สายอีกละ

       พอขากลับ นั่งรถไฟฟ้า ไปลงที่เซน ลาดพร้าว ไปถามบัตร CC AF5
    รอบ FINLA ที่ True coffee กำลังเดินออกไปขึ้นรถเมล์เจอ งาน
    "MTV Presents Hanami VJ Gang" ก็เลยหยุดดูนิส์หนึ่ง
    แหะๆ แบบว่าเห็นหนุ่มที่มา test เหมือนคนที่เล่นละครช่อง 3 เลย
    หน้าหล่อได้ใจ!! ^^ ชื่ออะไรจำไม่ได้ ยืนคิดอยู่ กำลังงัดกล้อง
    กดชัตเตอร์เอาไปเมาส์ให้เพื่อนฟังสะกะหน่อย หันมาอีกที...

       มีน้องผู้หญิง ลองชวนให้ไป Test หน้ากล้องดู เออ.. คือว่า
    สภาพตอนนั้น ทุเรศมาก ถึงมากที่สุด เสื้อยืด แต่งตัวเซอร์มั้กๆ
    ผมมะได้หวี ซ้อนมอไซค์สองรอบ หัวยุ่งมายมาย หน้าไม่ได้แต่ง
    เห็นมะ “โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ” จิงๆ นะนิ
    แต่น้องเขามาชวน ก็ลองหน่อย แล้วกันขำๆ  เผื่อจะกำจัดความ
    ตื่นเต้น จะได้ฝึกเป็นคนกล้าแสดงออกหน่อย เราก็ไปลงชื่อ
    จากนั้นก็รอเข้าตู้ โปรดิวฯรายการ ก็เขามาบอก ให้พูดอะไร ก็ได้
    สั้นๆ ก่อนอื่นแนะนำตัว แนะนำอะไรใหม่ๆ เช่น เรื่องของ วัยรุ่น
    หรืออยากจะพูดเรื่องอะไรแล้วแต่เรา

       ด้วยความที่เราเรียนด้านสื่อมา ถึงแม้จะเป็นสื่อการศึกษา
    ก็ขอลองหน่อยแล้วกันว่าความรู้สึกมันจะต่างกัน อะป่าวว๊าาา...!!
    พูดถึงเรื่อง test หน้ากล้องนิก็ไม่ได้ทำนานแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่
    ตอนไป ออดิชั่น AF1 ที่เชียงใหม่(บังเอิญอีกเช่นกัน) ครั้งที่ 2
    คงเป็น test พิธีกร รายการ "กบนอกกะลา" หลายปีแล้วนะเนี่ย แหะ..

      จากนั้นก็มานั่งรอคิว คิดไปด้วยจะพูดเรื่องอะไรดีน๊า อ่อ!!! หยิบเรื่อง hi5
    มาพูดแล้วกัน เอาเป็นแนะนำ hi5 ของรายการ และเตือนน้องๆเรื่อง วิฉาชีพ
    ที่เข้ามาหลอกลวง ใน hi5 ตามที่เป็นข่าวกันอยู่บ่อยครั้ง แหม! ความคิด
    เหมือนจะดี(อิอิ) นั่งรอน้องผู้ชายที่เขาไปก่อน แหมะ! พูดแค่นี้ นานจิงๆ
    "คงพูดเก่งน่าดูเลยเนอะ" ...นั่งคิดอยู่ว่าเออ แล้วจะพูดในรายการอะไรอ่ะ???
    หันไปถามน้องผู้ชาย ข้างๆ ...”คง คิดเองมั้งคับ” อะเค๊!!
    รอน้องผู้ชายที่เขาไปก่อนนานหลายนาที จนนั่งคุยกับคนที่ต่อคิว

    ประมาณว่า...
    แนน: "นิน้องตั้งใจมา หรือว่าอย่างงัยเหรอคะ"
    น้องผู้ชาย: "อ่อป่าวคับ ผมเดินผ่านมา ก็เลยลองมาดู"
    เออแบบว่า..ใส่สูทหล่อมาเลยนะเนี่ยเรา
    แนน: "แล้วเรียนที่ไหนเหรอคะ"
    น้องผู้ชาย: "อ่อ เรื่องที่ธรรมศาสตร์ คับ"
    แนน: "แล้วน้องเรียน เกี่ยวกับด้านนี้เลยหรือป่าวคะ"
    น้องผู้ชาย: "อ่อป่าวคับ ผมเรื่อง ศิลปกรรม ฮะ"
    แนน: "อ่อ คะ"
    น้องผู้ชาย: " แล้วเรียน หรือว่าจบแล้วคับ"
    แนน: "อ่อ จบแล้วคะ" แหะๆ แก่ๆ จิงๆ เรา

      หลังจานั้นก็เข้าตู้ เออ..ไอ้ความตื่นเต้นมันก็มาจากไหนไม่รู้ ทั้งๆ
    ที่เรียนก็จับกล้องถ่าย VDO บ่อยมาก ฝึกงานก็ฝึกที่เนชั่น ก็เจอ
    กล้อง เจอพี่ๆ ผู้ประกาศข่าว ก็เห็นการทำงาน แต่พอมาพูดหน้า
    กล้องก็ยังตื่นเต้น พูดไปก็ติดๆ ขัดๆ หยุดคิดบ้าง
    ปัญหาก็คือ การเรียบเรียงความคิด และความตื่นเต้น
    ...แหม! ความตื่นเต้นนิเอาไปทั้ง ที่ไหนได้มั้งเนี่ย..
    ...พอพูดจบ ก็กลับเลย เบื่อความตื่นเต้นจิงๆ จาเอาไปทิ้งให้ได้
    พอกลับมาเล่นเน็ตที่บ้าน เห็นโครงการทางเน็ต เข้ารับอายุ16-22 นิ
    แป่ว!! เกินมานิสหนึ่ง คนที่ชวนคงไม่คิดว่าอายุเกิน อิอิ..

     ถ้าใครสนใจ ลองสมัครได้ตาม link นี้นะคะ
    http://www.mtvthailand.com/Funstuff/HanamiVjGang/index.html

     

    July 07

    My BiRtHdAy.



     แนนอยากจะ ' ขอบคุณ: : ทุกๆคน ' ที่มา ~BiRtHdAy~
    ในวันเกิด 18/06/51 ที่ผ่านมาคะ
    ทั้งที่ BD ทาง mms sms msn และ ทาง hi5นี้ค๊าขอบคุณจิงๆ

    ขอบคุณ " มามี้ " หมีจิบ ที่ให้กำหนดนู๋มา
    ..แม้่ชีวิตของนู๋สิ่งที่ได้มามันต้องมาจากความพยายาม นู๋จาอดทนคะรักมี้ จุ๊ฟ..

       ขอบคุณครอบครัว - - - " มี้ " (ที่ในวันเกิด โทรมาหลายรอบมากๆๆ)
    " พี่นก "(พี่สาว) หมูกะทะกิงเผื่อป่าว อยู่ตั้งเชียงใหม่ จาไปงัยอ่า ละยังที่อุสาบอกป้า
    " ป้าณี " ก็ส่งทั้ง mms(รูปเค้กสีชมพน่ารักจัง) และ sms อวยพรมาอีก อิอิ ดีใจ!!


      วันที่ไปคาราโอเกะ วันเกิดแนนและปอ [ 13/06/51]
      ขอบคุณของขวัญจากเพื่อนๆ
    " ฟา&แป๊ะ
    :  ที่ใส่ผ้า คิดตี้

    " แนนน้อย "  :  เสื้อยืดคิดตี้

    " นิ่ม "
     ชุดตัดแต่งเล็บ คิดตี้  อีกแล้ว...!!!!!!!!!

    " ยม,เชง&ติ่ง(แฟนเช้ง)"
     มานซื้อ red ให้ แต่ว่าเราไม่กิงเหล้านิ
    ตกลงซื้อมากิงเองหรือว่าของขวัญฉัน งืม!

    " อาร์ "
     สร้อยคอ สีดำ (ยังไม่ได้ใส่เลย อิอิ)

    " จิ๊บ "
     มากะห่อของขวัญ คิดตี้ อีกแว้ว (ข้างในจาเปงคิดตี้ป่าว)
    อะ! ไม่ใช่เปงผ้าพันคอ สีน้ำตาล ^^

    และ " แอน " ที่ติดงานมาไม่ได้ และ " บุ๋ม" ที่เป็นตัวตั้งตัวตีแต่ดันไม่สบาย ซะนิ อด อิอิ

    ~PS.~
    แต่!!!มีเรื่องแปลกใจอีกอย่างของขวัญส่วนใหญ่เปงคิดตี้ ทำเอาเรางงอ่า
    เพื่อนคิดว่าเราชอบคิดตี้เหรอ แนนกลัวแมวคะ ก็ชอบที่มันเปงสีชมแต่จะชอบจิงๆ
    ก็ชอบไม่ลงอ่ะ นึกถึงแมว งี้!!! กลัว!! เรยชอบอยู่นิดส์ๆๆๆ
    แหะๆ

     Happy Birthday Party in Office
      ขอบคุณ Party ย้อนหลังที่ออฟฟิต แนนและพี่หญิง
    (รู้สึกว่าจะ Party เป็นแพคคู่ตลอดเลยนะเนี่ย)

    " พี่กาญ " : เจ้าของเค้ก ค๊า

    " พี่แดง " : เจ้าภาพตัวตั้งตัวตี ปายเลี้ยงที่ร้านบาร์ร๊อก ตรงข้าม RCA ค๊า
    ดูคุณพี่อยากออกจาบ้าน เรยถือโอกาสขอวีซ่า มาเที่ยวสุดเวี้ยงไปเลยเนอะ
    เพ่เราทิ้งท้ายยังขอบคุณเราว่า "พี่ซึ่งใจเราจิงๆ ว่ะ" งง!! ละซิ
    ตกลงวันเกิดใครว่ะ วันเกิดน้องๆ ก็เหมือนวันเกิดเพ่เนอะ
    ...HBD เพ่แดงด่วยค๊า ฮ่าๆ(วันเกิดอยากเที่ยว ฮ่าๆ)

    " พี่หนุ่ย " : เจ้าของของขวัญเปงกระเป๋าสตางค์ ที่หลงขอบคุณผิดคน แหม!
    ไปเที่ยวด้วยกัน กลับออฟฟิตมามีของขวัญว่างที่โต๊ะใครจะไปรู้อ่ะว่าของพี่ อิอิ

     " พี่ติ๊ก " : สำหรับกระเป๋าตังค์น่ารักๆ ห่อมาด้วยถูกใจ มากมาย

    และขอบคุณ " Boss " : ที่นู๋ไปแบร่มือขอของขวัญ อิอิ
    นู๋อยากได้ของขวัญนะคะม่ายได้อย่างได้เงิน  จากใจ..

      ขอบคุณเพื่อนๆ ทางที่ BD ทาง msn
    เปิ้ล(เพื่อนร.ร สตรี) อาจารย์หนึ่ง ฟลุ๊ค(วิทย์-แพทย์)
    น้องออ(N'เอกที่เรียน) พี่แป๊ก(P'เอกที่เรียน) ฟิวส์(เพื่อนร.ร สตร)ี
    director_junior@hotmail.com(จำชื่อม่ายได้...อิอิ)

       ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามา HBD ทาง hi5 ทั้ง รู้จักและไม่รู้จัก
    1. เบน (Ben) เพื่อนคณะนิติ
    2. จันทร์เจ้า (KiTtyKh)
    3. น้องช่อ เพื่อนน้องฟิวส์ (พันธมิตร)
    4. น้องมอส น้องเอกรถจิ๊บ(SaKuRaKi)
    5. น้องปืน N'เอกที่เรียน
    6. น้องแนน เรียนเอกอิ้ง (oO WaruNEE Oo)
    7. พี่อาร์เซ่
    8. ก๊อฟ เพื่อนคณะวิศวะ (GOLF)
    9. บุ๋ม เพื่อนทำงานที่ มสธ (Bum Bum )
    10 น้อง...น้องศึกษา จำชื่อไม่ได้ แหะๆ (ไอ้นู๋เสา)
    11. น้องจอย..น้องศึกษา (wipawan)
    12. น้อง... น้องศึกษา จำชื่อไม่ได้ แหะๆ ( IiI Ping pinG IiI )
    13. แจง เพื่อนเอก  NonGJanG
    14. มิ้งค์ เพื่อนสตรี MiNK
    15. พี่แป็ก พี่เอก (Watthanasin) eiei!

      ขอบคุณเพื่อนที่ไม่รู้จักที่มา BD ใน hi5
    คุณ —๏‘♥G u N♥๏’—
    คุณ Piyapatz
    คุณ ♪★WaOWoO★♪
    คุณ ÏÑÐÝÞëÑÐënך
    คุณ peerapon
    คุณ apple         
    คุณ ยิ้มเข้าไว้
    คุณ promchat
    คุณ ไอ้นู๋เสา          
    คุณ IiI Ping pinG IiI      
    คุณ tikky
    คุณ bank          
    คุณ ☜✟☞JaXSanovA☜✟☞           
    คุณ KLUBPOM
    คุณ ๐๐AmP๐๐

    ~ PS 2. ~
    ที่แนนได้ลงประกาศไว้ว่าวันเกิดแนนวันที่ 18 เพราะบ้างปี
    “เพื่อนบ้างคนก็จะบอกว่าเห็นรู้เรื่องเลย ทำไมไม่บอก!!!!!” (แป่ว สะงั้น)::

    แต่! ไม่ซีเรียสนะถ้าใครลืม เพราะแนนก็เปงคนจำวันเกิดเพื่อนไม่ได้เหมือนกาน แหะๆ
    สุดท้าย ขอบคุณมากๆคับป๋ม 0_*


    ~ PS 2. ~
    ที่แนนใส่ชื่อได้หมด ไม่ใช่จำชื่อได้นะ แต่แนนจดไว ้
    อยากจะจดจำเรื่องราวที่รูู้็้้สึกว่า มีค่าสำหรับเรา ไว

    [เห็นอย่่างงี้ เปงคนละเอียดอ่อนเหมือนกานน๊า หึหึ]
    เฮ้อๆ!!! ใช้เวลานานมั้กส์ๆก่าจะเขียนเสร็จ
    นี้ถ้าไม่ใช่วันเกิดไม่มาเขียนอารายมากมายแบบนี้หรอกนะ
    แนนไม่มีเวลาทำเรื่องแบบนี้เท่าไรอ่ะคะ

    May 25

    เบื่อตัวเองที่สุดในโลก

    เบื่อตัวเองที่สุดในโลกเลย ทำอายชาโดว์ตก ก็ร้องไห้เปงบ้า เปงหลัง
    เบื่อตัวเองที่สุด ทำไม ซุ่มซาม แบบนี้ ทำอะไรก็พัง อายฯ แพงมาก
    อุสาตัดใจซื้อมารักษาอย่างดีเก็บไว้ในกล่องตลอดกลัวมานจะเป็นร้อย
    ชิบหาย...เสือกทำตก เนื้ออายฯ แตกหมดเลย
    นังโก๊ะ เอ๊ยๆๆๆ เกลียดตัวเองที่สูดๆๆ เลย...........ฮือๆๆๆ
     
     
     
    March 30

    ธาลัสซีเมีย

        hi..คืนวันที่ 30 มีนา 51 นั่งอ่านข่าวในเว็บ กระปุก เจอเรื่องใกล้ตัวพอดี
    เลยเอามาฝาผไว้หน่อย ฮ่าๆ

        เนื่องจากดิฉันเปงโรคนี้เอง เปงตั้งแต่เกิด แต่พึ่งมารู้ก็ปี 50 เอง เศร้าเลย....
    ต้องกลับมาดูแลตัวเอง เพราะที่ผ่านมา ใช้ร่างกายหนักเกินไป
    ทั้งอดนอน
    ตลอดเวลา ทานอาหารหวาน และกินเครื่องดื่มที่มี แอลฯ

       ส่งผลไม่ดีต่อโรคนี้อย่ามาก เลยต้องปรับตัวใหม่เพื่อร่างกายของเรา ฮ่าๆ
    พูดแล้วเศร้านะเนี่ย เห็นขำแต่แปลกว่าในอินเตอร์เน็ตไม่พูดถึงการ กิน
    ขมิ้นช่วยรักษา ธารัสซีเมีย แหะ สงสัยคนลงบทความไม่ อัพเดนงานวิจัย
        เนื่องจาก ขมิ้นชัน มีผล แอนตี้ ออกซิเดชั่น
    ป้องกันไม่ให้เม็ดเลือดแดง
    แตกตัว
    อธิบายง่ายว่า ส่งผมให้เลือดเราดีขึ้น อาการเราก็ดีขึ้นนั่นเอง
    ดิฉันทาน ขมิ้นชัน 2 เม็ด และ โฟลิค 1 เม็ด ต่อวัน ค๊าถ้าใครเป็นหรือมีคนใกล้ตัว
    เป็นคนนี้ก็อ่านเป็นความรุ้กันได้นะคะ ง่วงละขี้เกรียจพิม อ่านบทความเล่นๆ ละกาน
    บะบาย จุ๊ฟๆ ฝันดี...^^

                                                   * * * * * * *

                     พบผู้ป่วยธาลัสซีเมีย เพิ่มปีละ 12,000 คน

                         ธาลัสซีเมีย

            นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย ลงพื้นที่สอบสวน
    สาเหตุของการเกิดโรคธาลัสซีเมีย ที่ จังหวัดอุดรธานี และหนองคาย หลังพบ
    เด็กในพื้นที่ 40 เปอร์เซ็นต์ ป่วยเป็นโรค โดยมีพ่อแม่เป็นพาหะ ทำให้เกิดความ
    ผิดปกติของเม็ดเลือดแดงผู้ป่วยจะมีอาการซีด เลือดจาง ใบหน้ามีลักษณะ
    เฉพาะ และการเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กทั่วไป ซึ่งผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้
    20-30
    ปี หากบางรายมีอาการรุนแรงจะเสียชีวิตด้วยอายุไม่เกิน 15 ปี

              ส่วนสาเหตุที่ทั้ง 2 จังหวัด มีเด็กป่วยเป็นธาลัสซีเมีย เนื่องจากพ่อแม่ที่
    เป็นพาหะปล่อยให้ตั้งครรภ์โดยไม่ตรวจเช็กเลือด ซึ่งผลการวิจัยทางการแพทย์
    ระบุว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ มีความผิดปกติทาง
    พันธุกรรมโรคนี้สูงที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ จังหวัดเชียงใหม่ มีพ่อแม่
    เป็นพาหะโรคนี้สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ อุดรธานี และหนองคาย
    มีพ่อแม่เป็นพาหะถึง 50 เปอร์เซ็นต์ 

              ขณะที่ภาพรวมของประเทศ พบผู้ป่วยธาลัสซีเมียรายใหม่เพิ่มขึ้น 20
    เปอร์เซ็นต์  ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคนี้แล้ว
    25
    ล้านคน จึงย้ำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเร่งประชาสัมพันธ์ให้คู่สมรสใส่ใจ
    เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เพื่อลดปริมาณการติดเชื้อของโรคนี้

                                 * * * * * * 

      ธาลัสซีเมีย..คืออะไร 
              โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (thalassaemia) เป็นโรคเลือดจางที่มี
    สาเหตุมาจากมีความผิดปกติทางพันธุกรรม ทำ ให้มีการสร้างโปรตีนที่เป็นส่วน
    ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดผิดปกติ จึงทำให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นกว่าปกติ
    แตกง่าย ถูกทำลายง่าย ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จึงมีเลือดจาง โรคนี้พบได้ทั้งหญิงและ

    ชายปริมาณเท่าๆ กัน ถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่ทางพันธุกรรมพบได้ทั่วโลก
    และพบมากในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

      ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย

            
      จะ มีอาการซีด ตาขาวสีเหลือง ตัวเหลือง ตับโต ม้ามโต ผิวหนังดำคล้ำ
    กระดูกใบหน้าจะเปลี่ยนรูป มีจมูกแบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแก้มนูนสูง คาง

    และขากรรไกรกว้างใหญ่ ฟันบนยื่น กระดูกบาง เปราะ หักง่าย ร่างกายเจริญเติบ
    โตช้ากว่าคนปกติ แคระแกร็น ท้องป่อง ในประเทศไทยมีผู้เป็นโรคประมาณ
    ร้อยละ 1 ของประชากรหรือประมาณ 6 แสนคน

             โรคเลือด จางธาลัสซีเมียมีอาการแตกต่างกัน แบ่งได้หลายชนิด ตั้งแต่
    ไม่มีอาการใดๆ จนถึงมีอาการรุนแรงมากที่ทำให้เสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือ
    หลังคลอดไม่ เกิน 1 วัน ผู้ที่มีอาการจะซีดมากหรือมีเลือดจางมาก ต้องให้เลือด
    เป็นประจำ หรือมีภาวะติดเชื้อบ่อยๆ หรือมีไข้เป็นหวัดบ่อยๆ ได้

              ผู้เป็นโรคนี้จะแสดงอาการแตกต่างกัน มากน้อยแล้วแต่ชนิดของ

    ธาลัสซีเมียซึ่งมีหลายรูปแบบ ทั้งแอลฟา-ธาลัสซีเมีย และเบต้า-ธาลัสซีเมีย
    ซึ่งทั้ง 2 แบบมีมากมายหลายชนิด


             
    ถ้าคู่สมรสทราบประวัติครอบครัวของตนเองว่ามีโรคซีด โลหิตจาง หรือ

    เลือดจางธาลัสซีเมีย ในครอบครัวหรือญาติพี่น้อง ญาติโยม ลูก หลาน ก็ควรจะ
    ตรวจดูก่อนแต่งงาน ถ้ามีครรภ์ควรปรึกษาสูติแพทย์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมการตรวจ
    พิเศษ หากบุตรในครรภ์เป็นภาวะนี้ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป

     การรักษา
             1. ให้รับประทานวิตามินโฟลิควันละเม็ด  
             2. ให้เลือดเมื่อผู้ป่วยซีดมากและมีอาการของการขาดเลือด
      
             3. ตัดม้ามเมื่อต้องรับเลือดบ่อยๆ และม้ามโตมากจนมีอาการอึดอัดแน่นท้อง กินอาหารได้น้อย
      
             4. ไม่ควรรับประทานยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก
      
             5. ผู้ป่วยที่อาการรุนแรงซีดมาก ต้องให้เลือดบ่อยมากจะมีภาวะเหล็กเกิน อาจต้องฉีดยาขับเหล็ก



    ข้อมูลจาก 
      
    ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

     

    March 24

    ดื่มน้ำตอนไหน เวิร์กสุดๆ?

     ดื่มน้ำตอนไหน เวิร์กสุดๆ?
     
    ในฐานะที่เคยขายอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ต้องเอาเรื่องการดื่มน้ำเพื่อเป็นประโยชน์มาฝากกันสะหน่อย นะคะ ฮ่าๆ
    การดื่มน้ำนอกจากจะทําให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว ยังทําให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทํางานได้ดีอีกด้วย
     
    ใน 1 วัน ควรดื่มเท่าไหร่ ?
      
    ในทุก ๆ วัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่าย จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมากที่จะต้องรับน้ำ
    เข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5 ลิตร และ
    อีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว)
    ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้
      
    แต่ สําหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่ม ๆ ควรดื่มให้
    ได้วันละ 3 ลิตร (ประมาณ 13 แก้ว) ส่วนสาว ๆ วันละ 2.2 ลิตร (ประมาณ 9 แก้ว)

    สําหรับสาว ๆ สปอร์ตี้เกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกติ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทําด้วย
    ถ้าคุณออกกําลังกายในช่วงสั้น ๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้วหลังจากออกกําลังกายแล้ว
    แต่ถ้าเป็นช่วงยาว ๆ ละก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้วก็ น่าจะเพียงพอแล้ว

     ~ ดื่มตอนไหน เวิร์กสุด ๆ ~
    >> ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.)
    เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ

    >> ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า)
    ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น
    จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไป

    >> ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)

    >> ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม)

    >> ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว
    เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

    ข้อมูลดีๆจาก : โหระพาดอทคอม ^^

    March 07

    (เหตุผลที่เขา ไม่บอกรักคุณซักที) คำตอบ ของหัวใจฉัน

                
                 เหตุผลที่เขา ไม่บอกรักคุณซักที !!!
                 (คำตอบ ของหัวใจฉันที่ตรงใจที่สุด โชคดีที่ได้อ่าน)
     
                       ความรัก
     

               ข้อมูลจาก Forward Mail
               ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

              1. เขาไม่ได้ชอบคุณหรอก คุณคิดไปเอง

              2. เขากลัวว่า คุณอาจจะไม่รับฟังในสิ่งที่เขาจะพูดออกไป

              3. เขากลัวว่าสิ่งที่ตามมา มันอาจจะทำให้อะไรๆ ไม่เหมือนเดิม

              4. เขามีความสุขที่จะรักคุณไปเงียบๆ อย่างนี้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้

              5. เขาอาย... แหม!!... หรือคุณไม่เคยอาย... เขาก็เขินอายเป็นเหมือนกันนะ

              6. เขาอาจจะกำลังสับสนในตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเขากำลังชอบคุณ รักคุณ เอ๊ะ!!...หรือว่าแค่ปลื้มในตัวคุณเท่านั้น

              7. เขาคิดว่า อาจจะเป็นการดี ถ้าเขาจะเป็นเพื่อนกับคุณไปเรื่อยๆ อย่างนี้ เพราะเขาสามารถรับรู้
                  เรื่องราวต่างๆ ได้มากมายจากปากของคุณ โดยที่คุณได้เป็นตัวของคุณเองอย่างเต็มที่

              8. เขากลัวสารพัดแหละ และที่สำคัญนะ เขากลัวว่า คุณน่ะไม่ได้มีใจให้เขาเลย... เขากลัวความจริง

              9. เขาอาจจะพยายามลืมคุณไปจากหัวใจอยู่ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเขาพยายามลืมคุณไป
                  จากหัวใจมากเท่าไหร่ หัวใจยิ่งเรียกร้อง อยากจะเจอคุณเสียทุกครั้งไป

              10. เขากำลังชั่งใจอยู่ ว่าถ้าบอกคุณไป ระหว่างผลดี กับ ผลเสีย อะไรมันจะมากกว่ากัน

              11. เขาไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน (กรณีที่คุณมีแฟนแล้ว) เขาไม่อยากให้คุณกับแฟนต้องผิดใจกัน 
                   เพราะเขาไปเป็นต้นเหตุ... พูดง่ายๆ ก็คือเขาไม่อยากเป็นมือที่สาม

             ... เมื่อคุณเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของเขาขึ้นมาบ้างแล้ว คุณก็อย่าไปนึก
                   โกรธเคืองหรื
    หงุดหงิดกับเค้าเลย ....เขาไม่ผิดหรอกนะ....
    และสิ่งที่คุณ
                   ไม่ควรทำที่สุด คือ ไม่ควรไปคาดคั้นเอาคำตอบอะไรจากเขา นอกจากมันจะไร้
                   ประโยชน์แล้ว คุณคิดหรือว่าคุณจะได้รับคำตอบที่แท้จริงออกมาจากปากของ
                   เขา ณ เวลานั้นเลยเขาไม่บอกคุณง่ายๆ หรอก...

                   อย่าลืมนะ!!! ว่านี่... อาจจะเป็นความลับสุดยอดของเขา แล้วเขาก็มีความกังวล
                      อยู่ในหัวสารพัดสารเพ
    แต่ถ้าคุณก็เป็นฝ่ายที่แอบชอบเขาอยู่เหมือนกัน และคุณก็มั่นใจ
                   และไม่กลัวสิ่งต่างๆ อย่างที่เขากลัว คุณก็บอกเขาไปเลย...! จะได้ไม่ต้องเก็บมาคิดให้
                   หนักใจ จริงมั้ย?

                   ... เราต้องให้เวลาเขาหน่อย ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง... แล้วสักวัน...
                   เราอาจจะได้คำตอบที่แท้จริงจากเขา โดยที่บางที... เขาอาจจะไม่ได้เอ่ย...
                  มันออกมาเลยก็ได้


                                

     
     
    October 16

    หัวข้อการพูดคุย ช่วงชีวิตการทำงาน

     

    ช่วงชีวิตการทำงาน
       ชีวิตการทำงาน มันก็เหมือนกับที่เราเคยได้ยินมาว่ามัน ไม่เหมือนกับตอนเรียนหนังสือแตกต่าง
    ทั้งสังคม และ สิ่งแวดล้อม และทุกๆอย่าง 1/10/50 เริ่มงาน(ที่ๆ3) Web Desing ครั้งแรกจาก
    ความคิดที่เราหักเหจากงานทีวีที่คิดแล้วว่าไม่เหมาะกับเราและเราไม่ชอบ งานใหม่ดูไม่เครียดทุกอย่าง
    ดูจะไม่ยากลำบาก หรือว่าร่างกายเราแข็งแรงขี้นก้ไม่รู้ แต่ ธันวา นี้ก็จะรับปริญญาแล้วยังไม่มีตังค์-
    เก็บเลย เหอๆ เครียดๆ เหมือนกาน พยายามหาทางออกให้กับชีวิตที่ดีที่สุด ทางมันก็มีแต่อยู่ที่เรา
    จะจัดระบบการจัดการบริหารเวลาของเรามากกว่า ว่าจะใช้เวลาให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดได้อย่างงัย
    (เมื่อไรจะทำได้เนี้ย) อยากมีตังค์ส่งให้น้องนิวบ้าง ช่วยมามี้ สงสารมามี้เหมือนกัน ไม่อยากให้มี้เหนื่อย
    ความหวังที่จะได้เงินต่อเดือนเพิ่มขั้น..มันก็หดไปละ(ท้อจัง...) ชีวิตมันก็ต้องสู้กานต่อไป อย่าไปยอมแพ้
    อย่างงัยก็ต้องเดิน (ถึงแม้ว่าจะก้มหน้าก้มตาเดิน..อย่างน้อยเราก็ได้ก้าวไปข้างหน้า) ทำงัยได้
    .....ชีวิตมันเลือกไม่ได้เหมือนเลือกซื้อของนิ^^.....
    July 12

    ห้ามใจ ไม่เคยลืมลง

    ..ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร
    ไม่อยากรู้ว่าเคยรักใคร
    ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยถูกใคร หลอกจนเสียคนอย่างนี้
    ไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใคร
    ไม่อยากรู้ว่าเคยนอนร้องไห้
    ไม่อยากรู้ว่าเคย เคยให้ชีวิตใครไป..
     

    น่าจะรู้เร็วกว่านี้

       ชั้นรู้ตัวอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก ว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เหมือนคนอื่น ตอนเด็กในวิชาพละศึกษา
    เวลาวิชาแข่งกับเพื่อนๆ พอวิ่งเสร็จหน้าของชั้นมันจะซีด เหลือง. เหนื่อยง่าย รู้สึกว่าเราไม่แข็งแรงเหมือนเพื่อนๆเรย
    จะไม่สบายบ่อยเนื่องจากเป็นไวรัสลงโรคกระเพาะตั้งแต่อายุได้ 10 เดือน ช่วงชีวิตสมัยประถม ชั้นจึงขาดเรียนเป็นประจำ
    เนื่องจาอาการปวดท้อง ที่เหมือนเป็นเวรกรรมประมาณนั้น จำได้ถึงทุกวันนี้ว่ามันแสนจะทรมาน ทั้งปวดท้องนอนบิดไป-บิดมา
    ท้องอืด จุดเสียด คนทั้งบ้านจะทราบดีว่าเราป่วย จำได้ว่าตอนเด็กกลับมาจากโรงเรียนปวดท้องแล้วแม่และพ่อไม่อยู่
    ต้องไปบอกคุณย่า(ซึ้งเราไม่ค่อยสนิทเท่าไรนัก) คุยย่าก็จะนำยาในตระกร้ามาให้ทาน และอาเจียนบ่อยมาก
    ขนาดถ้าเพื่อนๆคุยเรื่องอะไรที่น่าอาเจียน เช่นเรื่อง "อุจาระ" ชั้นก็สามารถจะอาเจียนออกมาได้ง่ายๆเรยทีเดียว
    เวลาไม่สบายเป็นไข้ตัวร้อน ก็จะเป้นไข้สูงมากๆ ต้องหยุดเรียนเป็นประจำ ชั้นรูสึกว่ามันเป็นช่วงชีวิตที่ทรมานสำหรับเด็กผู้หญิงหนึ่ง
     
    ..พอเข้าเรียนมัธยมต้องนั่งรถโดยสารไปเรียน หลังจากกลับมาจากโรงเรียนชั้นรู้สึกอ่อนเพลีย กลับมาทีไรก็หลับสะทุกที
    ตอนนั้นแม่ก็ไม่เข้าใจ จะชอบตักเตือนว่าอย่านอน (คิดว่าเราขี้เกรียจ) ตอนกลางคืนค่อยนอนทีเดียว ชีวิตสมัยมัธยมเป็นช่วงที่เรียนหนัก
    ม.ต้นก็เรียน วิทย์ ม.ปลาย ก้เรียนวิทย์คริต เช่นกัน ช่วงนั้นชั้นเป็นคนเคร่งเครียดกับการเรียนมาก กลัวทำให้แม่ผิดหวัง ยิ่งคิดมากเนื่องจาก
    พ่อเสียชีวิต อยากจะทำงานดีๆ มีเงินเดือนเยอะๆแม่จะได้สบายไม่ลำบากเหมือนตอนนั้น ชั้นจึงตั้งใจเรียนมาก นอนดึกๆทุกวันอ่านหนังสือ
    ชั้นสังเกตเห็นความผิดปกติของตนเองว่า เวลาถ้าชั้น อดนอน หรือไม่สบาย จะมีอาการ"ตัวเหลือง ซีดมาก ป่วยบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย"
    และมีอาการเบลอ เพิ่มขึ้นด้วย ตอนนั้นคิดแค่ว่า อาจเป็นเพราะเราไม่ได้ออกกำลังกาย เท่านั้น
     
    ...ชั้นรู้สึกว่าร่างกายเราไม่ปกติเหมือนเพื่อนๆแต่ก้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร คิดว่าที่ตัวเหลือง ซีด บ่อยๆ อาจเป็นเพราะเลือดเราน้อย
    ที่โรงเรียนมีรับบริจาค ใจเราก็อยากจะบริจาค แต่รู้ตัวว่าเลือดเราใช้ไม่ได้แน่ๆ 
    ..พอเข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่เลิกนิสัย นอนดึก หรือไม่ก็ไม่นอนเป็นวันๆ แต่ยังดีที่เริ่มหันมาออกกำลังอย่างจริงจัง
    แต่ชั้นก็ไม่ค่อยรักตัวเองเท่าไรนัก ทั้งเที่ยวกลางคืนและดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้มีอาการ"ตัวเหลือง ซีดมาก ป่วยบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และสมองเบลอ "
     
    ..และช่วงเรียนจบทำงาน ตอนแรกชั้นทำงาที่ โปรดักชั่นเอาส์ ทำฝ่ายตัดต่อ ต้องนอนดึกมาก เลิกมาเกือบเที่ยงคืน
    หรือไม่ก็ต้องอดนอนเป็นประจำ(งานแบบนี้ทำงานไม่เป็นเวลา) ชั้นรู้สึกตัวว่าไม่ไหว เหนื่อยมากและเบอล หลงลืมไม่หมด
     และมีเรื่องบ้างอย่างพอดี ชั้นจึงต้องลาออก(นับว่าเป็นโชดดีของชั้น)
     
    ..หลังจากลาออกจาทีแรกชั้นก็เข้ามาทำงานที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช งานราชการดีหน่อย เข้างาน 8.30 เลิกงาน 16.30
    นับว่าง่ายว่าที่แรกหลายเท่าแต่ชั้นก็ต้องเดินทางไปมางาน นั่งรถประมาณ 30-60 นาที รู้สึกว่าทำงานก็สบายๆไม่ได้หนักอารายเรยย
     ทำไหมเหนื่อย และเพลีย กลับมาบ้านก็หมดแรง เรียกได้ว่าหากเลิกงานมาชั้นไม่ต้องไปเที่ยวต่อที่ไหนเรยย ไปไม่ไหวแล้วหมดแรง เพลียเหลือเกิน
     ถ้าเพื่อนว่าเหนื่อยเหมือนเราไหม เพื่อนก็บอกว่าไม่เหนื่อยเท่าไร เราก็เริ่มคิดละว่าเราต้องเป็นอารายสักอย่าง
    จนเพื่อนสนินของชั้นทักชั้นว่า"เป็นโรคเลือดหรือป่าวตัวเหลืองจัง" เด๋วจะเอาถั่วงอกมาผัดกับเลือดให้กินเรยย
     
    ..ชั้นเริ่มกังวลละ พอกลับบ้านก็ถามแม่ดูว่า "แม่ว่าแนนเป้นโรคเลือดไหม เพื่อนว่าแนนตัวเหลือง" แม่เรยบอกให้ไปตรวจดูสิ
    ชั้นไปตรวจดู จึงทราบว่าชั้นเป็น "โรคทารัสซีเมีย" เป็นมาตั้งแต่เกิด ไม่น่ามารู้ตอนอายุ 22 แล้วเรยยถ้ารู้ตอนนั้นคงรักตัวเองมากกว่านี้
    ทั้งเสียดาย และ รู้สึกเศร้าๆเหมือนกันนะ ว่าทำไหมแล้วต้องเป็นโรคนี้ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นไรเรยย แต่ทำงัยได้เป็นมาตั้งแต่เกิดแล้วนิ
    และต้องเป็นตลอดไปทั้งชีวิต จะเสียใจไปก็มะทันละ นู๋แนน เอ้ย...
    ...มามี้หรือแม่ชั้นพอรู้เรื่องกเกิดอาการสงสัยลูกสาวขึ้นมามั้ง เพราะมามี่เป็นพาหะอ่ะ พี่สาวมี้เป็น เจ้น่าจะจับลูก 2 คนตรวจตั้งแต่เด้กนะเจ้นะ
    วันนี้คุยกะเจ้ เจ้ยังว่าหมอว่า ไม่สบายเขาโรงพยาบาลจะเลือดก็หลายครั้ง ไหมหมอไม่เจอบ้างเนี้ย เหอๆก็เจาะเลือดเขามีตรวจตั้งหลายอย่างนิเจ้
    อล้วหมอโรงพยาบาลรัฐ ในจะเป็นสนใจอารายอ่ะ เฮ้อไหนๆก็เป็นละ ชั้นก้ต้องสู้ๆ ต่อไป นิถ้าไม่ได้เพื่อนสนินของชั้นทักชั้นคงไม่รู้ว่าเป็นฌรคนี้หรอ
                                                                                               
                                                                                                                          ...ขอบคุณมากๆนะค่ะ คุณก๊อฟ^^..
     
    May 17

    เสียใจที่สุด

    วันนี้เป็นวันที่ ชั้นเสียใจมากที่สุดวัหนึ่งเลย
     
    จาเขียนระบาย มันก็หายไป 2 ครั้งแล้ว
     
    กรูไม่เขียนแล้วโว๊ยยย..
    June 06

    ช่วงเวลาที่เราเลิกกัน! จะอยู่ได้อย่างไร

    ถ้าหากบังเอิญมีความจำเป็นที่ทำให้คุณต้องเลิกกัน
    โดยที่ยังคงมีความรู้สึกที่ดีดีต่อกัน

    วันเวลาที่ถูกใช้ไปแบบมีเงาตามตัวตลอด
    เคยไปไหนมาไหนในสถานที่เดิมด้วยกัน
    ใช้ของใช้ที่ต่างฝ่ายต่างซื้อให้กัน
    แต่แล้ววันหนึ่งคุณต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียว
    คุณจะทำยังไง?

    ในความจริงแล้วทุกคนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง
    ทุกคนสามารถผ่านวันเวลานั้นไปได้ ถ้าเราไม่คร่ำครวญจนเกินไป

    ความเจ็บปวดมักจะเกิดจากการที่จิตใจไม่ยอมรับสภาพที่ เป็นอยู่
    ไม่พอใจในสิ่งที่ขาดหายไป เราไม่จำเป็นต้องพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่
    เพียงแต่ต้องยอมรับให้ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น . .
    ยอมให้เวลาผ่านไปอย่างเจ็บปวด

    แต่เชื่อเถอะวันหนึ่งแผลก็ต้องหาย ไม่มีใครเป็นแผลเรื้อรังไปจนตาย
    มีบาดแผลก็ต้องมีความเจ็บปวด มีบาดแผลก็ต้องใช้เวลารักษา

    เห็นด้วยนะว่า แผลเป็นเกิดขึ้นได้ ยิ่งแผลลึกโอกาสเป็นแผลเป็นยิ่งมาก
    แต่ไม่มีใครเจ็บปวดเพราะแผลเป็น. .
    มันแค่ทำให้สภาพปกติไม่น่าดูเพิ่มขึ้นนิดหน่อย

    สำหรับบางคนที่มีปัญหาต่อกันอยู่ และกำลังกลัวว่าจะต้องผ่านช่วงเวลาอย่างนี้
    จนทำให้ไม่กล้าที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง
    . . และปล่อยให้อะไรๆ มันเลวร้ายไปกว่าเดิม
    เชื่อเถอะมันจะยิ่งทำให้แผลลึกลงไปกว่าเดิม
    และโอกาสหายก็จะช้าขึ้นอีก

    เราต้องกล้าที่จะทนฝ่าหมอกควันออกไป
    ไม่อย่างนั้นยังไงเสีย ก็ไม่รอดอยู่ดี
    แต่ถ้าคุณผ่านมันออกไปได้
    ลมหายใจของคุณจะกลับมามีค่าอีกครั้งหนึ่ง . .

    ถ้าถึงเวลา ก็ต้องกล้าพูดคำว่า . . “เราเลิกกัน”


    เราทุกคนต่างฝันถึงความรักที่รักกันอย่างไม่มีวันเลิกรา
    โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต่างก็ฝันว่า . .
    “ความรักครั้งแรก” กับ “ความรักครั้งสุดท้าย” เป็นความรักครั้งเดียวกัน

    เมื่อเราฝันว่ารักไม่เลิกรา เราจึงมีความอดทนค่อนข้างสูง
    แม้ความสัมพันธ์จะเต็มไปด้วยปัญหา
    ทะเลาะกันได้ไม่เว้นวัน วันละ 90%
    แม้เขาคือฝ่ายผิด แต่เราต้องง้อเขาตลอด

    แม้ว่าเขาจะนอกใจ เราก็จะมีเหตุผลให้ตัวเองทนได้เสมอ
    ปลอบใจตนเองตลอดว่า . .
    “ถึงเขาจะนอกใจก็ไม่เป็นไรหรอก. .
    ขอแค่เขาวางเราไว้อันดับหนึ่งก็พอแล้ว”

    หรือเขาเห็นแก่ตัวเกือบหมดทุกอย่าง
    ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าข้าว ค่ารถ ค่าตั๋วหนัง
    เราก็จะมีข้ออ้างให้กับตัวเองเช่นกัน ว่า . .
    เขาก็เป็นแบบนี้แหละ แต่เขาก็ดีหลายๆอย่างๆนะ

    แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่ถามใจตัวเองตรงๆว่า . .
    “อยากเลิกกับคนๆนี้ไหม”
    หัวใจก็ตอบว่า “อยากเลิก”
    แต่ . . คบกันมานานแล้วนะ ไม่อยากไปเริ่มกับใครใหม่
    แต่. . เสียดายเวลาที่รักกันมา
    แต่. . ไม่อยากตอบคำถาม เมื่อใครๆถามว่าทำไมถึงเลิกกัน
    แต่. .ฯลฯ

    รู้หรือเปล่าว่าการเป็นอย่างนี้ คือการตัดโอกาสที่ดีกว่าของตัวเอง
    เราอาจจะเจอคนที่ดีกว่านี้ก็ได้ ถ้ายอมตัดสินใจใหม่อีกครั้ง
    เลิกเสียดายวันเวลาที่คบกันมา ก็ถ้ามันเป็นวันเวลาที่เราไม่มีความสุขเท่าไหร่
    แล้วเราสมควรเสียดายอย่างนั้นหรือ?

    ที่สำคัญ . . ไม่ว่ากี่ครั้งที่เรามองไปข้างหน้า
    เราก็แน่ใจทุกครั้งว่าคนๆ นี้ไม่สามารถที่จะทำให้ใจเราอุ่นพอ
    แล้วเราจะปิกประตูขังตัวเองทำไม?

    แม้ว่าความอดทนเป็นสิ่งที่ดี
    แต่ถ้าใช้อดทนในการรักมาก . . มันดูไม่ใช่ความรัก
    ก็เหมือนเวลาที่เราทำแก้วแตก
    แม้จะใช้ความอดทนพยายามอย่างมาก ในการทากาวปะติดปะต่อเศษแก้ว
    แม้แก้วจะคืนรูปทรงเป็นแก้วใบเดิม แต่แก้วใบนั้นก็ไม่มีวันใส่น้ำได้อีก

    มันจึงถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่เราต้องยอมรับว่า ความรักควรสิ้นสุดลง
    และถึงเวลาแล้วจริงๆที่เราต้องกล้วบอกเขาตรงๆว่า
    “เราจบกันแค่นี้ดีกว่า เราเลิกกันเถอะ” . .